รับมือปัญหากลิ่นปาก (Halitosis)

1-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81

การที่คนเราจะมีกลิ่นปากนั้น ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะประชากรทั่วประเทศล้วนประสบพบเจอกับปัญหาหรือมีกลิ่นปากติดตัวด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนชนชั้นผู้ดีจนไปถึงคนระดับต่ำต้อย ทุกคนมักจะมีกลิ่นปากติดตัวด้วยกันทั้งนั้น

ปัจจุบัน มีการคาดการณ์เอาไว้ ประมาณ 40% ของประชาการโดยทั่วไป คือ มีปัญหากลิ่นปากเรื้อรัง กลิ่นปากอาจเกิดได้จากหลาย ๆ ปัจจัย เช่น การดูแลสุขภาพปากไม่ดี การแปรงฟันหรือขัดฟันไม่ถูกวิธี โรคเหงือก การกินอาหารหรือเสพสารบางชนิด เช่น หัวหอม หรือ กระเทียม บุหรี่ หรือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาการปากแห้ง อันเนื่องมาจากยา การรักษาบางชนิด หรือการที่น้ำลายไม่หมุนเวียนในยามหลับ ซึ่งเรียกว่า “กลิ่นปากยามเช้า”

ปัจจัยภายในทางช่องปากที่สามารถมีผลต่อร่างกายอย่างเป็นระบบ ลิ้นก็เป็นส่วนที่แบคทีเรียต่าง ๆ เกาะตัวและเติบโตขึ้นได้เช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่แบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นจะผลิตสารที่ก่อ ให้เกิดกลิ่นที่เรียกว่าเป็นสารระเหย (VSCs) โดยสาร VSC นี้ จะเป็นตัวที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก นั่นก็คือ ไฮโดรเจนซัลไฟด์และเมธิลเมอร์แคบแทน แบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นปากส่วนใหญ่อยู่ที่บริเวณ ส่วนโคนลิ้น สาเหตุอื่น ๆ ของกลิ่นปากอาจได้แก่สาเหตุต่างๆ ดังต่อไปนี้ คือ ปัญหาในช่องปากและฟัน อนามัยทางช่องปากไม่ดีพอ โรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์กับปากคอแห้ง

กลิ่นปากสามารถเกิดขึ้นได้จากทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอกอาจเป็นเรื่องของประเภทอาหารที่เรา รับประทานเข้าไป เช่น อาหารที่มีรสเผ็ดหรือมีกลิ่นตามธรรมชาติ  เครื่องเทศบางอย่างที่ใช้ในการประกอบอาหาร เช่น กระเทียม หัวหอม หรือแม้แต่ปลาทูน่าและทาโก หากคุณคิดว่ากลิ่นปากของคุณเกี่ยวข้องกับอาหารที่ คุณบริโภค ให้ลองบันทึกอาหารที่คุณรับประทานเพื่อระบุว่าเป็น เพราะเหตุผลนี้หรือไม่ ส่วนผู้ที่สูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็สามารถมี กลิ่นปากได้เช่นกัน

หากไม่อยากประสบกับปัญหากลิ่นปากแรงจากสาเหตุดังกล่าวก็อย่าลืมหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดกลิ่นปากหรือหมั่นบ้วนปากแปรงฟันอย่างถูกวิธี รวมถึงหมั่นตรวจเช็คสุขภาพฟันปีละ 2 ครั้งตามคำแนะนำของทันตแพทย์เพื่อสุขภาพที่ดีของช่องปากเรานั่นเอง

 

Leave a Reply